วัตถุประสงค์
กรอบแนวคิด
ผลงานงวด1,2
ภาพกิจกรรม
กระแสการบริโภค
รู้เท่าทันสื่อ
ั
สื่อพิทักษ์ตนเอง
พิทักษ์สิทธิกิ่งภูเพียง
ศูนย์ฯ สช. ภาคเหนือ
KM
อสม.
สสส.
แผนงานคุ้มครองผู้บริโภค(คคส.)
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
กระทรวงสาธารณสุข
|
1. ความสำคัญและประเด็นสุขภาพที่เกี่ยวข้อง
ในปัจจุบันสังคมไทยมีแนวโน้มไปสู่สังคมบริโภคนิยมอย่างรวดเร็ว
เป็นการบริโภคที่ตอบสนองความต้องการของปัจเจกชุมชนแบบไม่มีที่สิ้นสุด
บางครั้งมากไปกว่าปัจจัยพอเพียงสำหรับชีวิต ผู้บริโภคกลายเป็นเหยื่อของธุรกิจและการส่งเสริมการตลาด
ก่อให้เกิดปัญหาการบริโภคที่ไม่เหมาะสมจำนวนมาก ความหมายของผู้บริโภคใน
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 หมายความว่า "ผู้ซื้อหรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจ
และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับการเสนอและชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้ซื้อสินค้าหรือบริการด้วย"
จากนัยแห่งความหมายนี้ ผู้บริโภคด้านสุขภาพ คือ ผู้ที่ใช้หรือเสพสินค้า
สุขภาพ (ผลิตภัณฑ์สุขภาพ) และบริการด้านสุขภาพ นั่นเอง
กล่าวสำหรับสถานการณ์การบริโภคด้านสุขภาพ
สามารถพิจารณาได้ 2 ด้าน ด้านที่หนึ่ง การบริโภคผลิตภัณฑ์ (สินค้า) อาหาร
ผลิตภัณฑ์ยา และผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลต่อสุขภาพ ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อและใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ด้วยหลายปัจจัย
นับตั้งแต่ข้อมูล รสนิยม และประสบการณ์ ที่สำคัญผู้บริโภคจะได้แรงผลักดันจากธุรกิจโฆษณา
(บางกรณีมีการโฆษณาเกินจริง) และการส่งเสริม การขายแบบเข้มข้น ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด
สับสน อาจตัดสินใจแบบรู้ตัว หรือแบบไม่รู้เท่าทันได้ ตัวอย่างเช่น การบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพราคาแพง
ยาชุดและยาอันตรายในหมู่บ้าน ยาแผนโบราณที่ปะปนด้วยสเตียรอยด์ เป็นต้น
ด้านที่สอง การใช้บริการด้านสุขภาพ ผู้บริโภคหรือผู้ป่วยยังคงมีการ ตัดสินใจใช้หรือซื้อบริการค่อนข้างน้อย
ในกระบวนการวินิจฉัยโรค และการดูแลรักษาโรค ผู้บริโภค ส่วนใหญ่จะถูกกำหนดโดยผู้ประกอบวิชาชีพ
ความจำกัดด้านข้อมูล ความรู้ความเข้าใจและทักษะในการตัดสินใจของผู้บริโภคทำให้ผู้บริโภคได้รับความไม่เป็นธรรม
ถูกเอารัดเอาเปรียบ และถูกละเมิดสิทธิจาก ผู้ประกอบวิชาชีพที่ขาดจริยธรรม
เมื่อเกิดปัญหาเกี่ยวกับการบริโภคด้านสุขภาพ กลไกการช่วยเหลือ ผู้บริโภคยังคงล่าช้า
และไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร และพลังผู้บริโภคยังไม่เข้มแข็ง และไม่สามารถรวมตัวในการต่อรองเพื่อสร้างความเป็นธรรมในการบริโภคได้
นอกจากนี้ ปัญหาการละเมิดสิทธิผู้บริโภคยังมี ความสลับซับซ้อนมากขึ้นด้วย
จากรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540
มาตรา 57 ระบุว่า "สิทธิของบุคคลซึ่งเป็นผู้บริโภคย่อมได้รับการคุ้มครอง
ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ" และการปฏิรูประบบสุขภาพที่ผ่านมา การคุ้มครอง
ผู้บริโภคด้านสุขภาพได้รับความสนใจและเคลื่อนไหวเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและนโยบายของรัฐ
ตัวอย่างเช่น การเคลื่อนไหวด้านสิทธิผู้ป่วย การกำหนดสิทธิผู้ป่วยใน
พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นต้น สำหรับศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาสุขภาพภาคประชาชน
ภาคเหนือ จังหวัดนครสวรรค์ มีภารกิจ ในการสร้างความเข้มแข็งและการพึ่งตนเองด้านสุขภาพของภาคประชาชน
และได้ตระหนักว่า ภาคประชาชนควรได้รับการคุ้มครองและการดูแลในการใช้ผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ
และบริการด้านสุขภาพอย่างปลอดภัยและเป็นธรรม อีกทั้งภาคประชาชนควรร่วมรับผิดชอบในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิด้าน
สุขภาพของตนเองไปพร้อมกัน ดังนั้น ศูนย์ฯ จึงมีความประสงค์ที่จะเชื่อมโยงกับเครือข่ายภาคีสุขภาพในชุมชน
ดำเนินงานคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิด้านสุขภาพของผู้บริโภค ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งและกระบวนทัศน์ที่ถูกต้องในการบริโภคด้านสุขภาพ
จึงได้พัฒนาโครงการนี้ขึ้น
2.ความคิดริเริ่ม : การพัฒนาชุมชนเพื่อนำไปสู่การจัดการระบบสุขภาพภาคประชาชน
ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาสุขภาพภาคประชาชนภาคเหนือมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรชุมชนมีความรู้และทักษะในการจัดการสุขภาพโดยอาศัยองค์ความรู้ที่มีอยู่และความรู้จากภายนอกมาจัดการเพื่อนำไปสู่การพัฒนาให้เกิดสุขภาวะของชุมชนทั้งนี้กระบวนการพัฒนาจะเน้นการส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนและองค์กรชุมชนได้มีการพัฒนาศักยภาพด้านกระบวนคิดอย่างเป็นระบบการคิดแบบองค์รวม
การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง การสร้างภาคีเครือข่ายและการขับเคลื่อนระบบสุขภาพภาคประชาชน
ภายใต้การจัดการด้านองค์กร ด้านข้อมูลและความรู้ และด้านทุนทางสังคมที่มีอยู่ในชุมชน
จากบทเรียนการดำเนินงานวิจัยและการพัฒนาโครงการต่างๆในพื้นที่ภาคเหนือมีบทเรียนที่สำคัญในช่วง
๕ปีที่ผ่านมาดังนี้คือ
การดำเนินงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเรื่อง
อาหารพื้นบ้าน
การดำเนินงานวิจัยเชิงปฏิบัติการเรื่องการจัดการระบบยาในชุมชน
การดำเนินงานวิจัยเรื่องโครงการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนและสร้างสรรค์ชุมชนน่าอยู่
การดำเนินงานพัฒนาศักยภาพองค์กรภาคีสุขภาพเพื่อการจัดการสุขภาพในชุมชน
การส่งเสริมสนับสนุนภาคีเครือข่ายในชุมชนเพื่อการจัดการสุขภาพในพื้นที่
ศูนย์ สช ภาคเหนือได้จัดทำโครงการพัฒนาและสนับสนุนเครือข่ายองค์กรต่างๆเพื่อพัฒนาโครงการที่จะดำเนินงานในชุมชนในประเด็นต่างๆที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่
พบว่าเครือข่ายต่างๆได้จัดทำโครงการได้แก่ การดำเนินงานด้านการสร้างสุขภาพ
การดำเนินงานด้านเกษตรปลอดสารพิษ การส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมน่าอยู่
การส่งเสริมด้านวัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งการดำเนินงานด้านการพิทักษ์สิทธิและการคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชน
การดำเนินงานคัดเลือก
อาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่นด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชน
จากการที่ศูนย์ สช ภาคเหนือ ได้จัดทำโครงการขอรับงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาโครงการชุดการคุ้มครองผู้บริโภค
ในปี 2547 2548 มีหน่วยงานภาครัฐ 13 แห่ง / 5 เครือข่าย เครือข่ายภาคประชาชน
37 เครือข่าย/ 13 จังหวัด และ อสม.ดีเด่นด้านคุ้มครองผู้บริโภค 15 คน/15จังหวัด
ที่มีความสนใจในการดำเนินงานคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพและสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาชนด้านการคุ้มครองผู้บริโภค
และได้เข้าร่วมประชุมปฏิบัติการเพื่อพัฒนาชุดโครงการคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพและสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาชนด้านการคุ้มครองผู้บริโภค
จำนวน 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 9-11 มีนาคม 2548 โดยมีข้อสรุปในการขับเคลื่อนงานใน
ประเด็น อาหาร ยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม กฎหมาย ทั้งนี้การดำเนินงานจะเน้น
4 ด้านได้แก่ การขับเคลื่อนงานผ่านเครือข่าย ผ่านการพัฒนาแกนนำ ผ่านสื่อ
และการปรับวิถีการผลิต/วิถีชีวิต และจาก การประชุมครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่
25 26 พฤษภาคม 2548 ผู้เข้าร่วมประชุมได้พัฒนาชุดโครงการจำนวน 12 โครงการ/ชุดและขอรับการสนับสนุนงบประมาณ
จากแผนงานพัฒนางานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
( ส.ส.ส ) เพื่อดำเนินการในพื้นที่ในภาคเหนือ เป็นเงิน 1,327,560 บาท
ทั้งนี้โครงการทั้งหมดได้มีการปรับแก้เสร็จสิ้นแล้ว
จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น เพื่อให้มีการพัฒนาด้านการคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพและการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายภาคประชาชนในการคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค
เพื่อขอรับการสนับสนุน จากแผนงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
( ส.ส.ส ) เพื่อดำเนินการโครงการต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือต่อไป
3. วัตถุประสงค์
3.1 เพื่อสนับสนุนและเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรภาคีเครือข่ายภาคประชาชนในการดำเนินงานคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค
3.2 เพื่อพัฒนากลไกการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรด้านวิชาการ
และองค์กรปฏิบัติการในพื้นที่ในด้านการคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค
3.3 เพื่อให้เกิดการพัฒนางานด้านการคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพและการคุ้มครองผู้บริโภคในพื้นที่เป้าหมายอย่างต่อเนื่อง
4. กลวิธีและกิจกรรมการดำเนินงาน
1. การสนับสนุนด้านองค์ความรู้ด้านสิทธิด้านสุขภาพและการคุ้มครองผู้บริโภคโดยการ
เผยแพร่ความรู้ข่าวสารความเคลื่อนไหวด้านงานคุ้มครองฯ ไปยังกลุ่มเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง
ผ่านทาง WEBSITE ของศูนย์ ฯ www.nrtc.thaigov.net และผ่านการจัดเวทีแลกเปลี่ยนการทำงานและการจัดทำเอกสารสรุปผลงานอย่างต่อเนื่อง
2. สนับสนุนการสร้างความรู้ความเข้าในในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้านการทำงานคุ้มครองผู้บริโภคผ่านการทำโครงการพัฒนาที่มีความหลากหลายวิธีการและหลากหลายพื้นที่
เพื่อให้ได้องค์ความรู้และรูปแบบการทำงานคุ้มครองผู้บริโภคโดยองค์กรภาคประชาชน
ใน4 ประเด็น ดังนี้
การสร้างความรู้ความเข้าใจและค่านิยมที่ถูกต้องด้านการบริโภคและการคุ้มครองผู้บริโภค
ผ่านกลุ่มแกนนำและเครือข่ายนักเรียน( อ.ย น้อย ) ครู โรงเรียน และอาสาสมัครสาธารณสุข(อสม)เพื่อเป็นแกนนำในการขยายความรู้ที่ถูกต้องสู่ประชาชนต่อไปและการสร้างความรู้ความเข้าใจและความตระหนักด้านการคุ้มครองผู้บริโภคสำหรับกลุ่มผู้ผลิตและผู้ประกอบการอาหาร
เจ้าของร้านชำและผู้จำหน่ายอาหารให้มีสำนึกในการจำหน่ายอาหารที่ปลอดภัย
และมีคุณภาพ
2.2 การสร้างกระแสด้านการคุ้มครองผู้บริโภคผ่านสื่อต่างๆได้แก่
สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุชุมชน หอกระจายข่าว เคเบิลทีวี และผ่านเวทีการแลกเปลี่ยน
เวทีประชาคมต่างๆ รวมทั้งการสร้างความรู้ความเข้าใจในการบริโภคสื่ออย่างถูกต้อง
2.3 การปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิถีการผลิตแนวใหม่เพื่อผู้บริโภคได้รับอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ
2.4 การพัฒนาเครือข่าย ชุมชนต้นแบบ
ชมรมคุ้มครองผู้บริโภค
3. การเสริมสร้างความเข้มแข็งของทีมงานองค์กรภาคีเครือข่ายคุ้มครองฯโดยการจัดเวทีแลกเปลี่ยนบทเรียนการทำงาน
การเชิญวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถมาช่วยจัดกระบวนการถอดบทเรียนการทำงาน
และการสรุปงานอย่างมีประสิทธิภาพ
|