516/41 หมู่ 10 ต.นครสวรร ถ.พหลโยธิน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 60000
 
โครงการเครือข่ายคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค
ภาคเหนือ ปี 2548-2549
เกี่ยวกับโครงการ
วัตถุประสงค์
กรอบแนวคิด
ผลงานงวด1,2
ภาพกิจกรรม

Power Point
กระแสการบริโภค
รู้เท่าทันสื่อ
สื่อพิทักษ์ตนเอง
พิทักษ์สิทธิกิ่งภูเพียง

เว็บเครือข่าย
ศูนย์ฯ สช. ภาคเหนือ
KM อสม.
สสส.
แผนงานคุ้มครองผู้บริโภค(คคส.)
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
กระทรวงสาธารณสุข



1. ความสำคัญและประเด็นสุขภาพที่เกี่ยวข้อง
      ในปัจจุบันสังคมไทยมีแนวโน้มไปสู่สังคมบริโภคนิยมอย่างรวดเร็ว เป็นการบริโภคที่ตอบสนองความต้องการของปัจเจกชุมชนแบบไม่มีที่สิ้นสุด บางครั้งมากไปกว่าปัจจัยพอเพียงสำหรับชีวิต ผู้บริโภคกลายเป็นเหยื่อของธุรกิจและการส่งเสริมการตลาด ก่อให้เกิดปัญหาการบริโภคที่ไม่เหมาะสมจำนวนมาก ความหมายของผู้บริโภคใน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 หมายความว่า "ผู้ซื้อหรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจ และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับการเสนอและชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้ซื้อสินค้าหรือบริการด้วย" จากนัยแห่งความหมายนี้ ผู้บริโภคด้านสุขภาพ คือ ผู้ที่ใช้หรือเสพสินค้า สุขภาพ (ผลิตภัณฑ์สุขภาพ) และบริการด้านสุขภาพ นั่นเอง
      กล่าวสำหรับสถานการณ์การบริโภคด้านสุขภาพ สามารถพิจารณาได้ 2 ด้าน ด้านที่หนึ่ง การบริโภคผลิตภัณฑ์ (สินค้า) อาหาร ผลิตภัณฑ์ยา และผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลต่อสุขภาพ ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อและใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ด้วยหลายปัจจัย นับตั้งแต่ข้อมูล รสนิยม และประสบการณ์ ที่สำคัญผู้บริโภคจะได้แรงผลักดันจากธุรกิจโฆษณา (บางกรณีมีการโฆษณาเกินจริง) และการส่งเสริม การขายแบบเข้มข้น ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด สับสน อาจตัดสินใจแบบรู้ตัว หรือแบบไม่รู้เท่าทันได้ ตัวอย่างเช่น การบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพราคาแพง ยาชุดและยาอันตรายในหมู่บ้าน ยาแผนโบราณที่ปะปนด้วยสเตียรอยด์ เป็นต้น ด้านที่สอง การใช้บริการด้านสุขภาพ ผู้บริโภคหรือผู้ป่วยยังคงมีการ ตัดสินใจใช้หรือซื้อบริการค่อนข้างน้อย ในกระบวนการวินิจฉัยโรค และการดูแลรักษาโรค ผู้บริโภค ส่วนใหญ่จะถูกกำหนดโดยผู้ประกอบวิชาชีพ ความจำกัดด้านข้อมูล ความรู้ความเข้าใจและทักษะในการตัดสินใจของผู้บริโภคทำให้ผู้บริโภคได้รับความไม่เป็นธรรม ถูกเอารัดเอาเปรียบ และถูกละเมิดสิทธิจาก ผู้ประกอบวิชาชีพที่ขาดจริยธรรม เมื่อเกิดปัญหาเกี่ยวกับการบริโภคด้านสุขภาพ กลไกการช่วยเหลือ ผู้บริโภคยังคงล่าช้า และไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร และพลังผู้บริโภคยังไม่เข้มแข็ง และไม่สามารถรวมตัวในการต่อรองเพื่อสร้างความเป็นธรรมในการบริโภคได้ นอกจากนี้ ปัญหาการละเมิดสิทธิผู้บริโภคยังมี ความสลับซับซ้อนมากขึ้นด้วย
      จากรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 57 ระบุว่า "สิทธิของบุคคลซึ่งเป็นผู้บริโภคย่อมได้รับการคุ้มครอง ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ" และการปฏิรูประบบสุขภาพที่ผ่านมา การคุ้มครอง ผู้บริโภคด้านสุขภาพได้รับความสนใจและเคลื่อนไหวเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและนโยบายของรัฐ ตัวอย่างเช่น การเคลื่อนไหวด้านสิทธิผู้ป่วย การกำหนดสิทธิผู้ป่วยใน พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นต้น สำหรับศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาสุขภาพภาคประชาชน ภาคเหนือ จังหวัดนครสวรรค์ มีภารกิจ ในการสร้างความเข้มแข็งและการพึ่งตนเองด้านสุขภาพของภาคประชาชน และได้ตระหนักว่า ภาคประชาชนควรได้รับการคุ้มครองและการดูแลในการใช้ผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ และบริการด้านสุขภาพอย่างปลอดภัยและเป็นธรรม อีกทั้งภาคประชาชนควรร่วมรับผิดชอบในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิด้าน สุขภาพของตนเองไปพร้อมกัน ดังนั้น ศูนย์ฯ จึงมีความประสงค์ที่จะเชื่อมโยงกับเครือข่ายภาคีสุขภาพในชุมชน ดำเนินงานคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิด้านสุขภาพของผู้บริโภค ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งและกระบวนทัศน์ที่ถูกต้องในการบริโภคด้านสุขภาพ จึงได้พัฒนาโครงการนี้ขึ้น

2.ความคิดริเริ่ม : การพัฒนาชุมชนเพื่อนำไปสู่การจัดการระบบสุขภาพภาคประชาชน
ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาสุขภาพภาคประชาชนภาคเหนือมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรชุมชนมีความรู้และทักษะในการจัดการสุขภาพโดยอาศัยองค์ความรู้ที่มีอยู่และความรู้จากภายนอกมาจัดการเพื่อนำไปสู่การพัฒนาให้เกิดสุขภาวะของชุมชนทั้งนี้กระบวนการพัฒนาจะเน้นการส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนและองค์กรชุมชนได้มีการพัฒนาศักยภาพด้านกระบวนคิดอย่างเป็นระบบการคิดแบบองค์รวม การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง การสร้างภาคีเครือข่ายและการขับเคลื่อนระบบสุขภาพภาคประชาชน ภายใต้การจัดการด้านองค์กร ด้านข้อมูลและความรู้ และด้านทุนทางสังคมที่มีอยู่ในชุมชน จากบทเรียนการดำเนินงานวิจัยและการพัฒนาโครงการต่างๆในพื้นที่ภาคเหนือมีบทเรียนที่สำคัญในช่วง ๕ปีที่ผ่านมาดังนี้คือ
          การดำเนินงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเรื่อง อาหารพื้นบ้าน
          การดำเนินงานวิจัยเชิงปฏิบัติการเรื่องการจัดการระบบยาในชุมชน
          การดำเนินงานวิจัยเรื่องโครงการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนและสร้างสรรค์ชุมชนน่าอยู่
          การดำเนินงานพัฒนาศักยภาพองค์กรภาคีสุขภาพเพื่อการจัดการสุขภาพในชุมชน
          การส่งเสริมสนับสนุนภาคีเครือข่ายในชุมชนเพื่อการจัดการสุขภาพในพื้นที่ ศูนย์ สช ภาคเหนือได้จัดทำโครงการพัฒนาและสนับสนุนเครือข่ายองค์กรต่างๆเพื่อพัฒนาโครงการที่จะดำเนินงานในชุมชนในประเด็นต่างๆที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ พบว่าเครือข่ายต่างๆได้จัดทำโครงการได้แก่ การดำเนินงานด้านการสร้างสุขภาพ การดำเนินงานด้านเกษตรปลอดสารพิษ การส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมน่าอยู่ การส่งเสริมด้านวัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งการดำเนินงานด้านการพิทักษ์สิทธิและการคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชน
         การดำเนินงานคัดเลือก อาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่นด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชน
จากการที่ศูนย์ สช ภาคเหนือ ได้จัดทำโครงการขอรับงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาโครงการชุดการคุ้มครองผู้บริโภค ในปี 2547 – 2548 มีหน่วยงานภาครัฐ 13 แห่ง / 5 เครือข่าย เครือข่ายภาคประชาชน 37 เครือข่าย/ 13 จังหวัด และ อสม.ดีเด่นด้านคุ้มครองผู้บริโภค 15 คน/15จังหวัด ที่มีความสนใจในการดำเนินงานคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพและสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาชนด้านการคุ้มครองผู้บริโภค และได้เข้าร่วมประชุมปฏิบัติการเพื่อพัฒนาชุดโครงการคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพและสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาชนด้านการคุ้มครองผู้บริโภค จำนวน 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 9-11 มีนาคม 2548 โดยมีข้อสรุปในการขับเคลื่อนงานใน ประเด็น อาหาร ยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม กฎหมาย ทั้งนี้การดำเนินงานจะเน้น 4 ด้านได้แก่ การขับเคลื่อนงานผ่านเครือข่าย ผ่านการพัฒนาแกนนำ ผ่านสื่อ และการปรับวิถีการผลิต/วิถีชีวิต และจาก การประชุมครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 25 – 26 พฤษภาคม 2548 ผู้เข้าร่วมประชุมได้พัฒนาชุดโครงการจำนวน 12 โครงการ/ชุดและขอรับการสนับสนุนงบประมาณ จากแผนงานพัฒนางานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ( ส.ส.ส ) เพื่อดำเนินการในพื้นที่ในภาคเหนือ เป็นเงิน 1,327,560 บาท ทั้งนี้โครงการทั้งหมดได้มีการปรับแก้เสร็จสิ้นแล้ว
จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น เพื่อให้มีการพัฒนาด้านการคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพและการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายภาคประชาชนในการคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อขอรับการสนับสนุน จากแผนงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ( ส.ส.ส ) เพื่อดำเนินการโครงการต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือต่อไป

3. วัตถุประสงค์
     3.1 เพื่อสนับสนุนและเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรภาคีเครือข่ายภาคประชาชนในการดำเนินงานคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค
     3.2 เพื่อพัฒนากลไกการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรด้านวิชาการ และองค์กรปฏิบัติการในพื้นที่ในด้านการคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค
     3.3 เพื่อให้เกิดการพัฒนางานด้านการคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพและการคุ้มครองผู้บริโภคในพื้นที่เป้าหมายอย่างต่อเนื่อง

4. กลวิธีและกิจกรรมการดำเนินงาน
     1. การสนับสนุนด้านองค์ความรู้ด้านสิทธิด้านสุขภาพและการคุ้มครองผู้บริโภคโดยการ เผยแพร่ความรู้ข่าวสารความเคลื่อนไหวด้านงานคุ้มครองฯ ไปยังกลุ่มเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ผ่านทาง WEBSITE ของศูนย์ ฯ www.nrtc.thaigov.net และผ่านการจัดเวทีแลกเปลี่ยนการทำงานและการจัดทำเอกสารสรุปผลงานอย่างต่อเนื่อง
     2. สนับสนุนการสร้างความรู้ความเข้าในในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้านการทำงานคุ้มครองผู้บริโภคผ่านการทำโครงการพัฒนาที่มีความหลากหลายวิธีการและหลากหลายพื้นที่ เพื่อให้ได้องค์ความรู้และรูปแบบการทำงานคุ้มครองผู้บริโภคโดยองค์กรภาคประชาชน ใน4 ประเด็น ดังนี้
การสร้างความรู้ความเข้าใจและค่านิยมที่ถูกต้องด้านการบริโภคและการคุ้มครองผู้บริโภค ผ่านกลุ่มแกนนำและเครือข่ายนักเรียน( อ.ย น้อย ) ครู โรงเรียน และอาสาสมัครสาธารณสุข(อสม)เพื่อเป็นแกนนำในการขยายความรู้ที่ถูกต้องสู่ประชาชนต่อไปและการสร้างความรู้ความเข้าใจและความตระหนักด้านการคุ้มครองผู้บริโภคสำหรับกลุ่มผู้ผลิตและผู้ประกอบการอาหาร เจ้าของร้านชำและผู้จำหน่ายอาหารให้มีสำนึกในการจำหน่ายอาหารที่ปลอดภัย และมีคุณภาพ
        2.2 การสร้างกระแสด้านการคุ้มครองผู้บริโภคผ่านสื่อต่างๆได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุชุมชน หอกระจายข่าว เคเบิลทีวี และผ่านเวทีการแลกเปลี่ยน เวทีประชาคมต่างๆ รวมทั้งการสร้างความรู้ความเข้าใจในการบริโภคสื่ออย่างถูกต้อง
        2.3 การปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิถีการผลิตแนวใหม่เพื่อผู้บริโภคได้รับอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ
        2.4 การพัฒนาเครือข่าย ชุมชนต้นแบบ ชมรมคุ้มครองผู้บริโภค
    3. การเสริมสร้างความเข้มแข็งของทีมงานองค์กรภาคีเครือข่ายคุ้มครองฯโดยการจัดเวทีแลกเปลี่ยนบทเรียนการทำงาน การเชิญวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถมาช่วยจัดกระบวนการถอดบทเรียนการทำงาน และการสรุปงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาสุขภาพภาคประชาชน ภาคเหนือ  จังหวัดนครสวรรค์
516/41 ม.10 ถ.พหลโยธิน ต.นครสวรรค์ตก  อ.เมือง  จ.นครสวรรค์
โทร    056-222373, 75, 81
โทรสาร   056-222384